ไม่ได้มาอัพบลอคเลยครับ บลอคร้างมาก
เอาละ อาจจะดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าใส่ใจเท่าไหร่ สำหรับเพลงที่ผมฟัง แต่ว่า
ผมเองคิดว่า เพลงที่ผมฟัง ฟังได้ทุกเพลง เพราะผมเป็นคนชอบเพลงที่เนื้อหา ทำนอง คือชอบหมด
 
เพลงแรกที่ผมฟังแล้วไม่สามารถเลิกฟังได้จนติดอันดับ 1 top 25 most  played ในไอโฟนของผม
เพลง Nothing อัลบั้ม Science&Faith ของ The Script ครับ

วงนี้เป็นวงไอริช(ถ้าจำไม่ผิด)  ผมเองก็ไม่ได้เป็นแฟนตัวยง แต่ขอบอกว่า The Script เป็นวงที่ชอบเล่าเรื่องเป็นฉากๆผ่านเพลง ให้เรานั่งนึกตาม แล้วปรากฎว่าเพลงมันโดนมาก เกือบทุกเพลง
อย่าง Nothing เป็นเพลงที่สื่ออกมาเศร้ามาก ผมฟังแล้วก็นั่นนึกภาพตาม ใครอกหัก ฟังเพลงนี้ ระวังจะเจ็บกว่าเก่าครับ เพลงจะประมาณว่า ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว เมื่อขาดเธอ ต้องฟังๆ จริง
 
ส่วนเพลงที่สองที่ผมฟัง We Are Young ของ Fun.
 
ค่ายเดียวกับ Paramore ครับผม FBR (เค้าอายุ 15 แล้วนะเออ) เป็นเพลงที่ค่อนข้างจะให้กำลังใจวัยรุ่นนะผมว่า ยังไงเราก็ยังมีเพื่อนอยู่เสมอ ถึงแม้เราจะเมาแอ๋คาร้านเหล้า เพื่อนก็จะหอบเรากลับห้อง เจ๋งนะครับ
ใครที่บอกว่า Fun. ร้องไม่เพราะเลย ก็ไปฟัง Glee ได้นะครับ ถ้าต้องการแบบ pop จ๋า แนะนำเวอร์ชัน Glee Cast ครับ เสียง Naya Rivera เพราะมาก
 
เพลงต่อไปๆ คือเพลง(เปิด itunes ดูแปป) อิอิ
In The Mourning, Renegade, Hello Cold World, Monster คือง่ายๆ ย่อหน้านี้มอบให้ Paramore Singles Club เลยครับ จะบอกว่าผมฟังทุกเพลง ชอบทุกเพลง ด้วยความที่เราเป็นแฟนด้วย ก็เลยชอบมาก แต่เพลงของ Paramore ทั้ง 4 เพลงจะเป็นเพลงที่(น่าจะ)บรรยายถึงการอำลาวงของมือกีตาร์และมือกลอง พี่น้องแฟร์โรครับ
แต่ Hello Cold World ไม่น่าเกี่ยว นอกนั้นใช่หมดเลย
In The Mourning เอาไปร้องงานศพได้จริงๆ งานศพฝรั่งนะครับ อย่าร้องงานศพ คนไทย
ส่วนนอกนั้นก็เป็นเพลง Rock แต่ไม่ Rock จ๋ามากครับ โยกหัวตามได้
 
 
 
ผมฟังเพลงทุกแนวครับ แล้วเพลงที่ผมจะแนะนำต่อไป เป็นเพลงคันทรี่
จาก Taylor Swift อัลบั้ม Speak Now คนอื่นอาจจะบอกว่า โอย Speak Now มีเพลงอะไรละ You Belong With me หรอ (เอิ่ม Fearless รึป่าว) ไม่ๆ อาจจะ Mine หรือ Mean หรือ อะไรก็เถอะ แต่ผมแนะนำให้ฟังทั้งอัลบั้มครับ สาวคนนี้เธอมีพรสวรรค์ในการแต่งเพลง (จากประสบการณ์ตรงจริงๆ) แต่เพลงที่ผมจะแนะนำไม่ได้เป็นเพลงที่เธอออกมาโปรโมทตูมตามอะไร เป็นเพลง Dear John กับ Ours (เพลงนี้เค้า Premeire ที่ E! นะเออ รอดู vevo ตั้งนาน)

Dear John เป็นเพลงที่เธอแต่งให้ John Mayor ครับ (เธอมีใครหลายคนนะ แต่งให้ทุกคนเลย) แต่จะออกแนวเศร้าๆ แต่ให้กำลังใจตอนท้ายเพลงครับ ประมาณว่าตาจอห์น แจคแอสมาก (มีคนบอกว่าเธอเสีย verginity ให้ John Mayor แล้ว แต่แค่สันนิษฐานนะครับ จากเนื้อเพลงอ่ะๆ และข่าวที่ว่าเธอไปกกที่โรงแรมกับ John ก็ดูเสริมกันดี) แล้วก็มาพบว่า John Mayor เข้าใจความรักในคนละแบบกับเธอ ทั้งๆที่ทุ่มเทให้ขนาดนี้ ก็เลยออกมาเป็นเพลงนี้ครับ 
 
ส่วนเพลงของ Taylor เพลงที่สอง Ours ครับ
 
 
เป็นเพลงที่ผมฟังแล้วยิ้มได้ พอฟังๆแล้วก็มารู้ข่าวว่าเธอจะทำเอ็มวีด้วย เออดี ชอบๆ เพลงนี้ติดใจมากตรงประโยคที่ว่า I love the gab between your teeth มันทำให้ผมนึกถึง Hayley Williams (Paramore อีกละ) ก็เค้าเป็นเพื่อนสนิทกัน ไม่แน่อาจจะได้แรงบันดาลใจมาจากฟันซี่ห่างๆของเฮย์ก็ได้ เพลงนี้น่ารักครับ (ปกทำเองนะนั่น อยากได้มีแบบ 500*500 นะ)
 
ต่อไป หนีไม่พ้นสาวคนนี้ Adele อัลบั้ม 21 Someone like you กับ Rumour has it ครับ
เป็นศิลปินที่ไม่ขายหุ่น เอาแต่เสียงกระแทกทั้งดุ้น
ไม่มีอะไรจะบรรยายมากครับ เพลงของเธอ ใครๆก็ชอบครับ เพลงอกหัก ที่ฟังแล้ว ไม่ใช่คนอกหัก อกหัก ถูกทิ้งก็ต้องก้าวต่อไปครับ เจอคนใหม่ๆ นี่แหละครับ ผู้หญิงที่พกความมั่นใจ แต่งเพลงไป สูบบุหรี่ไป (เอ๊ะยังไง)
 
วงต่อไป ใครเห็นๆก็รู้จัก กรี๊ด Foster The People ครับ มาทั้งอัลบั้ม เอนทรี่ที่แล้วผมก็รีวิว (จะเรียกว่าความเห็นส่วนตัวมากกว่า) มาลง ลองไปอ่านดูเนอะ 
Foster The People ฟังได้ทุกเพลงครับ เป็นเพลงไม่มีพิษไม่มีภัย ฟังแล้วอยากเต้น อย่างที่เคยบอกครับ คนฟังเพลงของ Foster The people ควรจะนั่งท่ามกลางบรรยากาศดีๆ รับรองว่ายิ้มออก จนอยากเต้นตามจังหวะเพลงเลย
 
 
เมื่อยมาก ความจริงๆแล้วมีอีกหลายเพลงที่ผมฟังแล้วอยากแนะนำ แต่เริ่มเยอะละ เอาเป็นว่า ลองไปฟังเพลงที่ผมบอกนะครับ มันเพราะจริงๆนะ

เพลงของ Foster The People

posted on 13 Nov 2011 11:04 by diario  in EntertainSection, LifeSection
ช่วงที่ซิงเกิลแรกของ Foster The People ออกมาแรกๆ เพลง "Pumped Up Kicks" เป็นช่วงที่ผมถามตัวเองว่า เพลงอะไรวะเนี่ย? ทำไมมันไปอยู่บนชาร์ตบิลบอร์ด ก็เลยลองฟัง เพราะชื่อวงเท่ห์ดี แต่ก็รู้สึกเฉยๆกับเพลงนี้มาก รู้แต่ว่าเพลงออกแนวอินดี้มากถึงมากที่สุด ทั้งเสียงร้องของร้องนำเอง เชื่อว่ามีการเล่นจูนเสียงบ้าง แต่ก็เป็นวงมีเอกลักษณ์แปลกๆอีกวงนึง พูดจริงๆตรงๆว่า ไม่เข้าหู 
แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่หยุด ก็ยังอยากรู้ว่าทำไมเพลง ถึงขึ้นไปอยู่อันดับสูงๆขนาดนั้น เอาจริงเอาจังในการฟังมาก จนสุดท้ายติดหู เพลงนี้ติดในเพลย์ลิสต์ Top 25 Most Played ในไอโฟนผมทันที
พอได้ยินเพลงอื่นที่ปล่อยมาอีก 2 เพลง Helena Beat กับ Call It What You Want ทำให้ผมสนใจที่จะฟังทั้งอัลบั้ม เพราะเกือบทุกเพลงของ Foster The People จะออกแนว Abstract คือฟังแล้ว ต้องเอาไปตีความหมายเองนะ
 
ต่อไปนี้คือความเห็นส่วนตัวล้วนๆ
หลังจากที่ได้ฟังมาทั้งอัลบั้ม บอกตรงๆว่า ช่วงนี้ Foster The People ทำผมเขวในการฟังเพลงมาก เพราะปกติผมไม่ค่อยได้ฟังเพลงแนวอินดี้ แต่มันทำให้ผมนึกถึง Days Away อัลบั้ม Mapping The Invisible World มาก เพราะทุกครั้งที่ฟังอัลบั้มนี้ จะรู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้าเทียบกันแล้ว Days Away จะมีเพลงหม่นๆ เศร้าๆ ค่อนข้างเยอะ
แต่กับ Foster The People ผมกลับรู้สึกว่าเพลงน่าเต้นมาก ด้วยจังหวะเพลงที่แปลกๆ ดูย้อนยุค แต่ไม่ไกลมาก เล่นนู่น เล่นนี่ เสียงของร้องนำเองมีเอกลักษณ์ นอกเหนือไปจากนั้น เป็นอาการที่บอกไม่ถูก เวลาได้ฟัง บางทีก็เผลอยิ้มๆไปกับเพลง
ตอนนี้ผมกำลังติดเพลง I Would Do Anything For You อยู่ เชื่อว่า ถ้าได้ฟังแล้วจะต้องยิ้มแน่นอน :) แนะนำว่าถ้าฟังอัลบั้ม Torches ให้ฟังในเวลาที่อยู่ในอารมณ์ศิลป์นิดนึง ต้นไม้ โลกสวยงาม คนเดินผ่านไปมา อะไรทำนองนั้น ออกแนวเพ้อเจ้อ แต่ถ้ามันทำให้เรายิ้มได้ จะมีอะไรดีไปกว่านี้
 
วันนี้นั่งดู Glee Season2 Ep20 Prom night ได้ฟังเพลงเพราะหลายเพลง เช่น Rolling in the deep ของ Adele เคยฟังตามวิทยุหลายรอบ แต่ไม่เตะหูจนมาฟัง Glee Cast เลยชอบหลายๆเพลงมากขึ้น แต่วันนี้ฟังเพลง Jar of Hearts แล้วนั่งแปลเนื้อเพลงในใจ มันจะเพราะอะไรแบบนี้ เป็นเนื้อเพลงที่สวยงาม แล้วก็ให้แง่คิดมากๆ อยากให้ลองฟัง แล้วนึกตามกันดูครับ
 
 
I know I can't take one more step towards you 
'Cause all that's waiting is regret 
And don't you know I'm not your ghost anymore? 
You lost the love I loved the most 
ฉันรู้ฉันไม่สามารถจะก้าวไปข้างหน้าแม้แต่ก้าวเดียวเพื่อไปหาคุณ
เพราะสิ่งที่รออยู่คือความเสียใจ
และคุณรู้ใช่มั้ยว่าฉันไม่ใช่คนของคุณอีกต่อไปแล้ว
คุณเสียความรักทั้งหมดที่ฉันทุ่มเทให้คุณไปแล้ว

And I learned to live, half-alive 
And now you want me one more time 
และฉันเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตที่เหลือ
แล้วตอนนี้คุณจะมาบอกว่าต้องการฉันอีกครั้ง

And who do you think you are? 
Runnin' 'round leaving scars 
Collecting your jar of hearts 
And tearing love apart 
แล้วคุณคิดว่าคุณคือใคร?
เที่ยวสร้างบาดแผลให้คนอื่นๆ
ฉวยเอาดวงใจคนอื่นไปเก็บไว้
และทำลายความรักที่ได้สร้างมา

You're gonna catch a cold 
From the ice inside your soul 
So don't come back for me 
Who do you think you are? 
คุณจะต้องเหน็บหนาว
จากจิตใจที่เย็นชานั้น
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลับมาหาฉัน
คุณคิดว่าคุณเป็นใคร?

I hear you're asking all around 
If I am anywhere to be found 
But I have grown too strong 
To ever fall back in your arms 
ได้ยินเสียงคุณเรียกหา
เหมือนคุณรู้ว่าฉันจะต้องกลับไปหาคุณ
แต่ฉันเข้มแข็งกว่าเมื่อก่อนแล้ว
และไม่มีทางที่จะหลงกลกลับไปหาคุณอีก

And I learned to live, half-alive 
And now you want me one more time 
และฉันเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตที่เหลือ
แล้วตอนนี้คุณจะมาบอกว่าต้องการฉันอีกครั้ง

And who do you think you are? 
Runnin' 'round leaving scars 
Collecting your jar of hearts 
And tearing love apart 
แล้วคุณคิดว่าคุณคือใคร?
เที่ยวสร้างบาดแผลให้คนอื่นๆ
ฉวยเอาดวงใจคนอื่นไปเก็บไว้
และทำลายความรักที่ได้สร้างมา

You're gonna catch a cold 
From the ice inside your soul 
So don't come back for me 
Who do you think you are? 
คุณจะต้องเหน็บหนาว
จากจิตใจที่เย็นชานั้น
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลับมาหาฉัน
คุณคิดว่าคุณเป็นใคร?

Dear, it took so long just to feel alright 
Remember how to put back the light in my eyes 
I wish I had missed the first time that we kissed 
Cause you broke all your promises 
ที่รัก มันใช้เวลาแสนนานกว่าฉันจะเยียวยา กลับมาเป็นปกติ
คุณคงยังจำได้ว่าจะทำให้ฉันได้ตาสว่างอีกครั้ง
แล้วหวังว่าฉันเองคงจะคิดถึงความรู้สึกครั้งแรกที่เราจูบกัน
แต่เพราะคุณได้ทำลายทุกสิ่งที่คุณสัญญาไปแล้ว

And now you're back 
You don't get to get me back 
แล้วตอนนี้จะกลับมา
แต่คุณจะไม่มีทางจะได้ฉันกลับไป

And who do you think you are? 
Runnin' 'round leaving scars 
Collecting your jar of hearts 
And tearing love apart 
แล้วคุณคิดว่าคุณคือใคร?
เที่ยวสร้างบาดแผลให้คนอื่นๆ
ฉวยเอาดวงใจคนอื่นไปเก็บไว้
และทำลายความรักที่ได้สร้างมา

You're gonna catch a cold 
From the ice inside your soul 
So don't come back for me 
Don't come back at all 
คุณจะต้องเหน็บหนาว
จากจิตใจที่เย็นชานั้น
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลับมาหาฉัน
ไม่ต้องกลับมาอีกแล้ว

And who do you think you are? 
Runnin' 'round leaving scars 
Collecting your jar of hearts 
And tearing love apart 
แล้วคุณคิดว่าคุณคือใคร?
เที่ยวสร้างบาดแผลให้คนอื่นๆ
ฉวยเอาดวงใจคนอื่นไปเก็บไว้
และทำลายความรักที่ได้สร้างมา

You're gonna catch a cold 
From the ice inside your soul 
Don't come back for me 
Don't come back at all 
คุณจะต้องเหน็บหนาว
จากจิตใจที่เย็นชานั้น
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลับมาหาฉัน
ไม่ต้องกลับมาอีกแล้ว

Who do you think you are? 
คุณคิดว่าคุณเป็นใคร?

Who do you think you are? 
คุณคิดว่าคุณเป็นใคร?

Who do you think you are?
คุณคิดว่าคุณเป็นใคร?
 
แปลถูกผิดยังไงก็ขออภัยด้วยครับ ผมแปลต้องใช้อารมณ์ด้วย ไม่งั้นจะสื่อมาไม่ดี
ส่วนต้นฉบับเป็นของ Christina Perri ครับ เพลงนี้ เรเชลร้องให้ฟินน์ในงานพรอม ใครพลาดไปดูซะ สนุกมาก